ประวัติสวนนงนุช

 

เมื่อปี 2497 (ค.ศ.1954) คุณพิสิฐและคุณนงนุช ตันสัจจา ได้ซื้อที่ดินจำนวน 1,500 ไร่ (600 เอเคอร์) ระหว่าง พัทยา – สัตหีบ หลักกิโลเมตรที่ 163 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเริ่มจากทำสวนผลไม้ เช่น มะม่วง ส้ม มะพร้าว และอื่น ๆ อีกมากมาย

ต่อมาเมื่อคุณนงนุช ได้เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนๆ และประทับใจในความสวยงามของสวนต่างๆ ประกอบกับเป็นคนชอบดอกไม้เป็นทุนอยู่แล้ว จึงได้เกิดความคิดที่จะ “จัดสวนให้คนมาเที่ยวชม” จึงตัดสินใจเปลี่ยนสวนผลไม้เป็นสวนสำหรับท่องเที่ยวและพักผ่อน ปลูกไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด จัดแต่งให้เป็นสวนสวย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับ อาทิ ที่พัก สระว่ายน้ำ ห้องอาหาร และจัดเลี้ยงสัมมนาสำหรับบริการนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร

สวนนงนุชพัทยาได้เปิดอย่างเป็นทางการในเมื่อปี 2523 (ค.ศ.1980) พร้อมจัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยและการแสดงช้างแสนรู้ภายในโรงละคร กระทั่ง 3 ปีต่อมาคุณนงนุชได้มอบให้ทายาทคนที่ 2 คือคุณกัมพล ตันสัจจา เข้ามาพัฒนา บริหารจัดการจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับแนวหน้า เก็บรวบรวมพันธุ์ไม้ในเขตร้อนมากกว่า 18,000 ชนิดเป็นศูนย์กลางของสวนพฤกษศาสตร์ระดับโลกภายใต้แนวคิดรักษ์ต้นไม้ ลดโลกร้อนและเป็นสวนสำหรับคนทุกคนในโลกนี้

ปัจจุบันสวนนงนุชพัทยาถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในระดับแนวหน้า มีพื้นที่กว่า 1,700 ไร่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก มีผู้เข้าเยี่ยมชมไม่น้อยกว่าวันละ 5,000 คน และสวนนงนุชพัทยายังได้รับการยกย่องให้ติด 1 ใน 10 ของสวนที่สวยที่สุดในโลก โดยได้รับการการันตีจากเว็บไซต์ทั่วโลก พร้อมรางวัลเกียรติยศมากมาย

“เราจะไม่หยุดทำ จนกว่าจะไม่มีไดโนเสาร์เหลือให้เราปั้นแล้ว”

หุบเขาไดโนเสาร์

ในปี พ.ศ. 2560 สวนนงนุชได้ทำการปรับแต่งพื้นที่บริเวณรอบข้างสวนฝรั่งเศษใหม่ในลักษณะของหุบเขา เพื่อที่จะตกแต่งด้วยต้นไม้ และปูนปั้น เราจึงทดลองปั้นไดโนเสาร์ชนิดแรกในสวนนั่นก็คือ ไทรเซอราทอปส์ ก่อนจะมีเพิ่ม 2 ถึง 3 ตัว ผลปรากฏว่านักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้ามาถ่ายรูป และชื่นชอบในงานฝีมือปูนปั้นไดโนเสาร์เป็นอย่างมาก จากเหตุนี้ทำให้สวนนงนุชเนรมิตหุบเขานี้ให้กลายเป็นหุบเขาไดโนเสาร์ภายใต้ความคิดที่ว่า ไดโนเสาร์ทุกตัวจะมาจากข้อมูลอ้างอิงรูปลักษณ์ที่เหมือนที่สุดเท่าที่จะทำได้ สีจะต้องเป็นสีที่ให้อารมณ์ใกล้เคียงกับชนิด และที่อยู่อาศัยมากที่สุด สายพันธุ์จะต้องหลากหลายตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ขนาดจะต้องเท่ากับฟอสซิลที่มีการบันทึกไว้ตามจริง จึงทำให้ปัจจุบันเรามีไดโนเสาร์มากกว่า 40 ชนิด และบางสายพันธุ์ก็ยังไม่มีช่างฝีมือท่านใดในโลกเคยปั้นมาก่อน เสมือนเราสร้างจินตนาการให้เป็นความจริง เนรมิตสิ่งที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับขึ้นมาใหม่ ทำให้สิ่งที่อยู่ในหนังสือเหมือนมีชีวิต และทำให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ง่ายต่อการเข้าใจ สมบูรณ์แบบ และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

  • Brand Consulting 80%
  • Marketing Campaigns 45%
  • Custom Website Design 95%

Visitor Per Day

Dinosaur in the Park

International Awards

Years of Experience

Don't Be Shy

Drop us a line anytime, and one of our customer service reps will respond to you as soon as possible